เมื่อคืนนอน ดูหนัง “องค์บาก 3” ที่ช่อง 7

เมื่อคืนนอน ดูหนัง “องค์บาก 3” ที่ช่อง 7 นำมาฉายตอนประมาณตีสาม แล้วก็ยังรู้สึกสนุกสนานอยู่มากๆ จึงไปรื้อค้นบทวิจารณ์ “องค์บาก 2-3” ที่ผมเคยเขียนลงในนิตยสารไบโอสโคป มาเผยแพร่ซ้ำอีกครั้ง

องค์บาก 2: พหุลักษณ์แห่งอำนาจ

‘องค์บาก 2’ เริ่มต้นด้วยเรื่องราวการบุกยึดครองกัมพูชาของกองทัพอโยธยาเมื่อหลายร้อยปีก่อน

เมื่ออโยธยา/อยุธยากับกรุงเทพมหานครมีความเชื่อมโยงในฐานะที่เป็นราชธานีหรือศูนย์กลางอำนาจของชาติไทยในอดีตตามประวัติศาสตร์นิพนธ์กระแสหลักเช่นเดียวกัน เรื่องราวของหนังบู๊ไทยร่วมสมัยซึ่งนำแสดงและกำกับโดยลูกอีสานอย่าง พนม ยีรัมย์ (มี พันนา ฤทธิไกร เป็นผู้กำกับร่วม) ที่นำเสนอภาพความเป็น ผู้รุกราน ของอโยธยาเรื่องนี้ จึงอาจมีสถานะเป็นเรื่องเล่าที่ยั่วล้ออำนาจของความรู้กระแสหลักที่ถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวางซึมลึกผ่านบทเรียนและสื่อต่างๆ หรือเสียดเย้ยความสัมพันธ์ทางอำนาจอันเหลื่อมล้ำระหว่างกรุงเทพฯ กับอีสานอยู่ในที สามารถดู ดูหนังออนไลน์

อย่างไรก็ตาม เมื่อพระเอกของ ‘องค์บาก 2’ เป็นทายาทของออกญาสีหเดโช ขุนนางอโยธยาที่กรีฑาทัพเข้ายึดครองกัมพูชา ซึ่งต่อมาถูกสังหารโดยเพื่อนขุนนางอย่างออกญาราชเสนาที่ตัดสินใจก่อกบฏต่ออโยธยาและตั้งตนเป็นกษัตริย์ปกครองดินแดนประเทศราชเสียเอง ประเด็นการปะทะกันระหว่างศูนย์กลางกับชายขอบที่หนังนำเสนอจึงไม่ใช่เรื่องราวการลุกขึ้นต่อสู้กับอำนาจรัฐจากส่วนกลางของชาวบ้านพื้นเมืองในดินแดนชายขอบ หากเป็นเรื่องราวว่าด้วยการล้างแค้นแย่งชิงอำนาจในหมู่ชนชั้นนำจากอโยธยาที่เกิดขึ้นบนแผ่นดินกัมพูชา

ศูนย์อำนาจซึ่งเป็นใจกลางความขัดแย้งของหนังเรื่องนี้ได้ผุดขึ้นมาในดินแดนประเทศราชที่ห่างไกลจากราชธานีอันเป็นศูนย์กลางอำนาจอย่างอโยธยา จนคล้ายเป็นการโต้แย้งแนวคิดที่ว่า อำนาจที่เมืองหลวงนั้นเปรียบเสมือนแสงเทียน ยิ่งดินแดนต่างๆ อยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงมากเท่าไร อำนาจแห่งแสงเทียนก็ยิ่งยากที่จะส่องสว่างไปถึงได้ กระทั่งดินแดนเหล่านั้นสามารถดำรงตนอยู่อย่างอิสระปราศจากการถูกควบคุมโดยอำนาจใดๆ เพราะแท้จริงแล้ว ในดินแดนชายขอบต่างๆ (จากมุมมองที่ยึดอโยธยาเป็นศูนย์กลาง) ก็ใช่จะปราศจากศูนย์อำนาจและชนชั้นปกครองเสียทีเดียว ดังเช่นศูนย์อำนาจที่ก่อตัวในกัมพูชา อันเปรียบเสมือนแสงเทียนอีกจุดหนึ่งที่ส่องสว่างขึ้นมาเพื่อต่อต้าน/แทนที่อำนาจจากอโยธยาที่อ่อนกำลังลงตามระยะทาง ผ่านการยึดอำนาจและสถาปนาตนเองขึ้นเป็นกษัตริย์ของออกญาราชเสนา

นอกจากนี้ การไล่ล่าล้างแค้นศัตรูที่สังหารพ่อแม่บังเกิดเกล้าของ “เทียน” พระเอกในเรื่อง ก็คล้ายเป็นแสงเทียนจุดที่สามซึ่งกำลังจะลุกโชนขึ้นมาเพื่อต่อต้านอำนาจของออกญาราชเสนาอีกต่อหนึ่ง แต่ก่อนที่เทียนจะส่องแสงแห่งอำนาจให้สว่างออกมาได้ เขาก็ต้องเรียนรู้ที่จะใช้อำนาจเสียก่อน

เทียนในวัยเด็กที่หนีรอดจากการถูกฆ่าล้างครอบครัวได้รับการช่วยเหลือและถูกนำไปเลี้ยงดูโดยเชอนัง หัวหน้าชุมโจรแห่งผาปีกครุฑ ตามคำสอนของเชอนังตลอดจนบรรดาครูผู้สอนวิชาว่าด้วยอาวุธและการต่อสู้จากนานาชาติพันธุ์ในชุมโจร การใช้อาวุธและการต่อสู้ด้วยพละกำลังคือการใช้อำนาจ ด้วยเหตุนี้เทียนจึงเรียนรู้ที่จะใช้อำนาจผ่านอาวุธจากชุมโจรดังกล่าว

หลายปีต่อมาเทียนเรียนรู้ที่จะใช้อำนาจผ่านอาวุธจนเชี่ยวชาญ แต่หนังก็พาเราย้อนกลับไปสู่อดีตเพื่อแสดงให้เห็นว่า เขาเคยได้รับการศึกษาในอีกแนวทางหนึ่งมาก่อน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *