คล็อปป์รับสุดกลุ้มฟาบินโญ่เดี้ยงรายล่าสุด

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ก้มหน้ารับ เซ็งสุดขีดที่ ฟาบินโญ่ เจ็บจากเกมทุบ มิดทิลแลนด์ โดยบอกว่าต้องรอดูผลการตรวจก่อนถึงจะรู้ว่าอาการเดี้ยงของดาวเตะเลือดแซมบ้ารุนแรงแค่ไหน

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับว่าเครียดพอตัวกับการที่ ฟาบินโญ่ ดาวเตะสารพัดประโยชน์ได้รับบาดเจ็บในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ดี นัดที่ “หงส์แดง” เปิดรัง แอนฟิลด์ เอาชนะ มิดทิลแลนด์ 2-0 เมื่อวันอังคารที่ 27 ตุลาคม ที่ผ่านมา

มิดฟิลด์ชาวบราซิเลียนถูกมองว่าจะเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของทีมในช่วงหลายเดือนต่อจากนี้ หลังจากที่ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กองหลังคนเก่งของ ลิเวอร์พูล เจ็บหนักตรงเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าจนอาจจะถึงขั้นต้องพักทั้งฤดูกาลจนส่งผลให้ ฟาบินโญ่ ต้องมารับบทเซนเตอร์แบ็กจำเป็น ซึ่งที่ผ่านมาเขาก็ทำผลงานได้โดดเด่นพอตัวกับการเป็นกองหลัง แต่ในนัดล่าสุดเจ้าตัวก็เหมือนจะเจ็บตรงเอ็นหลังหัวเข่าจนต้องโดนเปลี่ยนตัวออกจากสนามตั้งแต่นาทีที่ 30

คล็อปป์ เผยกับ บีที สปอร์ต สื่อกีฬาชื่อดังของอังกฤษว่า “แน่นอนว่ามันเป็นสิ่งสุดท้ายที่เราอยากจะให้เกิดขึ้น ผมจะพูดอะไรได้ล่ะ ? ผมรู้ว่าเขาปวดตรงเอ็นหลังหัวเข่าซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย ตอนแรกเขาไม่ได้ปวดรุนแรงอะไร และบอกว่าพอเล่นต่อไหว” อ่านเพิ่มเติม คล็อปป์รับสุดกลุ้มฟาบินโญ่เดี้ยงรายล่าสุด

รอดหวุดหวิด! “รูนี่ย์” โล่งผลตรวจโควิด-19เป็นลบ

เวย์น รูนี่ย์ ตำนานหัวหอกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โล่งใจหลังผลตรวจหาเชื้อโควิด-19เป็นลบ แต่กระนั้นนักเตะก็ยังรู้สึกโกรธและผิดหวัง เพราะต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วันส่งผลให้พลาดโอกาสลงสนามช่วย ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ถึง 3 แมตช์เลยทีเดียว

เวย์น รูนี่ย์ ผู้เล่น-โค้ช “แกะเขาเหล็ก” ดาร์บี้ เคาน์ตี้ สโมสรในศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ โล่งใจเมื่อผลการตรวจอาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ออกมาเป็นลบ แต่เจ้าตัวยอมรับยังโกรธและผิดหวังที่ต้องพลาดช่วยต้นสังกัดเนื่องจากอยู่ในช่วงระหว่างกักตัว

ตำนานหัวหอกเจ้าของสถิติดาวซัลโวสูงสุดทีมชาติอังกฤษ ดวงแตกสุดๆ เนื่องจาก จอช บาร์ดสลี่ย์ เพื่อนสนิทของเขาแวะมาเยี่ยมที่บ้านเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยที่ “รูน” ไม่รู้ว่า น้องชายของ ฟิล บาร์ดสลี่ย์ กองหลังเบิร์นลี่ย์ เพิ่งจะเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสมรณะ

จากผลการตรวจระบุว่า บาร์ดสลี่ย์จูเนียร์ ติดเชื้อโควิด-19 ขณะที่ รูนี่ย์ ก็เพิ่งลงสนามช่วย ดาร์บี้ ในเกมลีกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้เขาต้องรีบเข้ารับการตรวจหาเชื้อทันที และล่าสุดมีการเปิดเผยว่าเจ้าตัวมีผลการตรวจเป็นลบ แต่กระนั้นเขาก็ยังคงต้องเข้ารับการกักตัวร่วมกับครอบครัวเป็นเวลา 14 วัน ซึ่งทำให้พลาดช่วยสโมสร 3 แมตช์ถัดไป

รูนี่ย์ กล่าวว่า “ผมเพิ่งได้รับข่าวดีว่าการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ของผมมีผลแสดงออกมาแล้วว่าผมไม่ติดเชื้อไวรัส มันเป็นเรื่องน่าดีใจสำหรับตัวผม และครอบครัว แต่แน่นอนว่าผมยังคงโกรธและผิดหวังเพราะตอนนี้ผมยังต้องกักตัว และพลาดลงเล่นช่วย ดาร์บี้ เคาน์ตี้”

ทางการ!มหาเทพเวลเบ็คได้สังกัดใหม่ในพรีเมียร์ฯ

แดนนี่ เวลเบ็ค อดีตหัวหอกทีมชาติอังกฤษ ได้สังกัดใหม่ใน พรีเมียร์ลีก แล้ว หลังเพิ่งแยกทางกับ วัตฟอร์ด ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา

ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน สโมสรในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศยืนยันคว้าตัว แดนนี่ เวลเบ็ค อดีตกองหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาเข้าถิ่น เอแม็กซ์ สเตเดี้ยม อย่างเป็นทางการเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม ที่ผ่านมา

ในเวลานี้นักเตะไร้สังกัดยังสามารถหาทีมใหม่ได้หลังปิดตลาดนักเตะไปแล้ว และหัวหอกวัย 29 ปี ก็ตกลงเซ็นสัญญากับ “เจ้านกนางนวล” เป็นเวลา 1 ปี หลังเพิ่งยกเลิกสัญญากับ วัตฟอร์ด สโมสรในศึก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ด้วยความยินยอมพร้อมใจของทั้งสองฝ่ายในช่วงต้นเดือนต.ค. ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ เวลเบ็ค เคยอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ระหว่างปี 2008-2014 แล้วย้ายไปเล่นให้ อาร์เซน่อล ก่อนไปอยู่กับ วัตฟอร์ด เมื่อปี 2019 โดยลงเล่นให้ “แตนอาละวาด” ใน พรีเมียร์ลีก 18 นัด ทำได้ 2 ประตู

ขณะที่ เกรแฮม พ็อตเตอร์ ผู้จัดการทีม ไบรท์ตัน เผยว่า “พวกเราดีใจมากที่ แดนนี่ ย้ายมาร่วมทีม เขาจะเป็นทางเลือกในตำแหน่งกองหน้าที่เราขาดหายไป เขามีเกียรติประวัติอย่างไม่ต้องสงสัย รวมทั้งมีความเร็ว และเทคนิคที่ดีมากๆ เขาจะช่วยเพิ่มความอันตรายในแนวรุกของเรา เราตื่นเต้นที่ได้นักเตะอีกรายที่มีทั้งประสบการณ์และคุณภาพ”

 

เผยสถิติน่าทึ่ง”เคน-ซน”หลังเกมกับเวสต์แฮม

 แฮร์รี่ เคน และ ซน ฮึง-มิน สองสตาร์ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ขึ้นแท่นเป็นสุดยอดดูโอคู่หนึ่งในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก เรียบร้อย หลังสลับกันยิงและจ่ายในเกมล่าสุดที่เจอกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

 แฮร์รี่ เคน และ ซน ฮึง-มิน สองซูเปอร์สตาร์แนวรุกของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ผลัดกันเป็นฝ่ายยิงและจ่ายรวมกันไปแล้ว 28 ประตูในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซึ่งมากสุดอันดับ 4 ในประวัติศาสตร์

เกมดังกล่าว เคน แอสซิสต์ให้ ซน ทำประตูขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 1 ก่อนที่ ซน จะเป็นคนผ่านบอลให้ เคน จบสกอร์ 2-0 ในนาทีที่ 8 และหลังจากนั้น เคน ก็ทำประตูที่สองให้กับตัวเอง พร้อมช่วย สเปอร์ส ออกนำไปไกล 3-0 นาทีที่ 16 ทว่าน่าเสียดายสำหรับ “ไก่เดือยทอง”

นอกจากนี้ นับตั้งแต่ที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ก้าวเข้ามาคุมทัพ “ไก่เดือยทอง” เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีก่อน เคน (33 ประตู) กับ ซน (30 ประตู) เป็นสองนักเตะที่มีส่วนร่วมกับการทำประตูรวมทุกรายการมากสุด เหนือทุกคนในเวที พรีเมียร์ลีก

ลิเวอร์พูลส่ง “เอลเลียตต์” เก็บเวลที่แบล็คเบิร์น

ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ ปีกร่างเล็กวัยทีน เป็นอีกหนึ่งแข้ง ลิเวอร์พูล ที่ถูกปล่อยตัวเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยย้ายไปเล่นให้ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ด้วยสัญญายืมตัว 1 ซีซั่น

ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรลูกหนังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศยืนยัน เมื่อวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม ที่ผ่านมาว่า ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ ปีกดาวรุ่งร่างเล็ก ได้ถูกส่งตัวให้ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส สโมสรดังในระดับ แชมเปี้ยนชิพ ยืมใช้งานตลอดช่วงเวลาที่เหลือของฤดูกาลนี้

ดาวเตะจอมพลิ้ววัย 17 ปี ซึ่งเพิ่งเซ็นสัญญานักเตะอาชีพเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ “หงส์แดง” ไปทั้งสิ้น 9 นัด และยังทำประตูไม่ได้ นับตั้งแต่ย้ายมาจาก ฟูแล่ม เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2019

ล่าสุด เอลเลียตต์ ได้ย้ายไปร่วมทัพ “กุหลาบไฟ” แบบสัญญายืมตัว เพื่อร่วมงานกับกุนซือ โทนี่ โมว์เบรย์ ซึ่งมีความมุ่งมั่นที่จะพา แบล็คเบิร์น ยกระดับจากฤดูกาลก่อนที่จบอันดับ 11 ในลีก ส่วนฤดูกาลนี้เก็บไปแล้ว 7 แต้ม จาก 4 เกม ปัจจุบันรั้งอันดับ 6

 

ดิมาร์ซิโอแฉเมสซี่เกือบซบเชลซีค่าตัวสถิติโลก

ลิโอเนล เมสซี่ เกือบจะได้ย้ายไปอยู่กับ เชลซี ในปี 2014 โดยตอนนั้น “สิงโตน้ำเงินคราม” จะจ่ายค่าตัวเท่ากับค่าฉีกสัญญาซึ่งสูงถึง 225 ล้านปอนด์เลย

ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าคนดังของ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน เกือบที่จะย้ายไปอยู่กับ เชลซี ในปี 2014 ตามการเปิดเผยของ จานลูก้า ดิ มาร์ซิโอ นักข่าวชื่อก้องชาวอิตาเลียน

ดิ มาร์ซิโอ เพิ่งออกหนังสือของตัวเองชื่อ “แกรนด์ โฮเตล กัลโช่แมร์คาโต้” (Grand Hotel Calciomercato) ซึ่งเป็นการบอกเล่าบรรดาเรื่องลับสุดยอดในตลาดการเสริมทัพ โดยเรื่องราวของ เชลซี กับ เมสซี่ นั้น เหยี่ยวข่าวเลือดมะกะโรนีบอกว่าการเจรจาระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายเริ่มข้นเมื่อช่วงเดือนมกราคม ปี 2014 โดยตอนนั้นดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์กำลังโดนรัฐบาลสเปนกล่าวหาว่าเลี่ยงภาษีอยู่พอดี

หลังจากได้หารือกับคนกลางหลายราย รวมถึงกับ เดโก้ อดีตเพื่อนร่วมทีมของเขาที่ตอนนี้ผันตัวไปเป็นเอเยนต์แล้วนั้น เมสซี่ ก็ได้พูดคุยกับ มูรินโญ่ แบบตัวต่อตัวผ่านทางแอพพลิเคชั่น เฟซไทม์ ซึ่งการสนทนาระหว่างทั้งคู่ก็เป็นไปได้ด้วยดีจนถึงขั้นที่แข้งวัย 33 ปีบอกกับทีมงานของเขาเลยว่า มูรินโญ่ จะช่วยให้ตนได้แชมป์ทุกรายการมาครอง “เขาเพิ่งคุยกับฉัน การได้ร่วมงานกับ มูรินโญ่ จะทำให้ฉันได้แชมป์ทุกรายการตามที่ฉันต้องการ เขาเป็นผู้ชนะที่แท้จริง ไปปิดดีลนี้ได้เลย”

ทั้งนี้ การย้ายทีมก็ทำท่าว่าจะเกิดขึ้นเมื่อมีการตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกันได้ด้วยดี โดยตอนนั้น เชลซี จะจ่ายค่าตัวให้กับ บาร์เซโลน่า 225 ล้านปอนด์  ซึ่งตรงกับค่าฉีกสัญญาของ เมสซี่ พร้อมกับจะทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ได้ย้ายทีมด้วยค่าตัวสูงเป็นสถิติโลก ขณะเดียวกัน เมสซี่ ก็จะได้ค่าเหนื่อยสูงถึง 50 ล้านปอนด์  ต่อซีซั่น แถมจะได้ส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์ทางภาพลักษณ์ตั้ง 70 เปอร์เซ็นต์เลย

อย่างไรก็ตาม มันเกิดจุดเปลี่ยนในช่วงซัมเมอร์ของปี 2014 เมื่อ เชส ฟาเบรกาส มิดฟิลด์ที่ตอนนั้นเพิ่งย้ายจาก บาร์เซโลน่า ไปอยู่กับ เชลซี นั้น เข้าไปพูดกับ มูรินโญ่ ในเชิงดีใจว่า เมสซี่ กำลังจะตามมาร่วมงานกับเขาที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์

คำตอบดังกล่าวทำให้ เชส รู้ว่ามันหมายความว่า มูรินโญ่ กำลังเจรจากับ เมสซี่ โดยตรง โดยที่มองข้าม เดโก้ ทั้งที่ เดโก้ เป็นคนช่วยทำงานในตอนแรกๆ เพื่อให้ดีลนี้มีโอกาสเกิดขึ้น ซึ่ง เชส กับ เดโก้ ก็สนิทกันมากๆ จนทำให้มิดฟิลด์ชาวสแปนิชไปเตือนเรื่องดังกล่าวกับอดีตเพื่อนร่วมทีม และพอ เดโก้ รู้เรื่องนี้เขาก็ล้างแค้นด้วยการไปฟ้อง ฮอร์เก้ ว่าลูกชายของเขากำลังแอบเจรจากับ เชลซี อยู่

พอได้ยินอย่างนั้น ฮอร์เก้ ก็โมโหมากๆ จนโทรศัพท์ไปหาลูกชายเพื่อขอคำอธิบาย โดยที่ เมสซี่ พยายามแก้ตัวไปว่า “ผมไม่เห็นรู้เรื่องที่พ่อพูดเลยครับ ผมสาบานได้เลย” และสุดท้ายดีลดังกล่าวก็ล่มลง ถึงกระนั้นมันก็ไม่ใช่การตัดสินใจที่แย่เท่าไหร่ของ เมสซี่ เพราะในฤดูกาล 2014-15 เขาก็ได้ทริปเปิ้ลแชมป์กับ บาร์เซโลน่า แล้วหลังจากนั้นก็คว้าแชมป์มาครองกับทีมได้อีกหลายรายการ

ดิ มาร์ซิโอ เผยว่าในปี 2013 เรอัล มาดริด เคยพยายามจะดึง เมสซี่ ไปร่วมทัพเหมือนกัน แต่ดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ปฏิเสธทันควันเพราะไม่อยากหักหลัง บาร์เซโลน่า

งานงอกอีกแล้ว!รมต.อิตาลีสงสัยโด้แหกกฎโควิด

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ งานงอกซะแล้วหลังจากโดนรมต.กีฬาอิตาลี ตั้งข้อสงสัยอาจจะแหกกฎมาตรการป้องการการแพร่ระบาดโควิด-19 หลังนักเตะเดินทางจากดินแดนฝอยทอง กลับเมืองมะกะโรนี ทั้งๆ

วินเชนโซ่ สปาดาโฟร่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฬาของประเทศอิตาลี เชื่อ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์ลูกหนัง “ม้าลาย” ยูเวนตุส ยักษ์ใหญ่แห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา  แหกมาตรการกักตัวเนื่องจากเดินทางจากประเทศโปรตุเกส กลับไปอิตาลี

   กัปตันทีมชาติโปรตุเกส ซึ่งติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หลังจากผลตรวจเป็นบวกเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาขณะที่อยู่รับใช้ทัพ “ฝอยทอง” ทำให้นักเตะขึ้นเครื่องบินพยาบาลกลับไปยังบ้านพักส่วนตัว เพื่อเข้ารับการกักตัวตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสมรณะ

อย่างไรก็ตาม สตาร์ลูกหนังวัย 35 ปี ถูกตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการเดินทางกลับไปยังบัานพักในอิตาลี ทั้งๆ ที่มีเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยเหตุนี้ สปาดาโฟร่า เชื่อว่าพฤติกรรมของ โรนัลโด้ อาจละเมิดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 “หากไม่มีเจ้าหน้าที่จากสาธารณสุข ผมคิดว่าเขาฝ่าฝืนมาตรการป้องกันความปลอดภัย (จากการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19)”

             ขณะที่ ยูเวนตุส แถลงการณ์ยืนยันปกป้อง โรนัลโด้ โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอนุญาตให้สตาร์ลูกหนังของพวกเขาเดินทางกลับมาดินแดนมะกะโรนี “คริสเตียโน่ โรนัลโด้กลับมาประเทศอิตาลีด้วยเครื่องบินของเจ้าหน้าที่การแพทย์ตามการร้องขอจากนักเตะไปยังหน่วยงานด้านสาธารณสุข และเขาจะเข้ารับการกักตัวอยู่ที่บ้านทันที

โรนัลโด้ติดโควิดอาจสะเทือนถึงหัวใจแมนยู

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ติดโควิดสะเทือนมาถึง พรีเมียร์ลีก เหตุอาจทำให้สตาร์ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องอดลงเล่น ขณะที่ วูล์ฟส์ ลุ้นหนักมีไปเล่นให้ทีมชาติโปรตุเกสถึง 5 คน

Cristiano RONALDO of Portugal with his teammates during the anthems before the Nations League – Group 3 match between France and Portugal on October 11, 2020 in Paris, France. (Photo by Baptiste Fernandez/Icon Sport via Getty Images)

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อาจจะหมดสิทธิ์ใช้งาน บรูโน่ แฟร์นันด์ส กองกลางคนเก่ง ถึง 4 นัดหากต้องใช้เวลากักตัวเอง หลัง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะเพื่อนร่วมทีมชาติโปรตุเกส ถูกตรวจพบว่า ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อวันอังคารที่ 13 ตุลาคม ที่ผ่านมา

กองหน้าซูเปอร์สตาร์จาก ยูเวนตุส ต้องกักตัวเองส่งผลให้จะอดลงช่วยทีมชาติโปรตุเกส ลงเตะกับ สวีเดน ในศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก กลุ่ม 3 ลีก เอ วันพุธที่ 14 ต.ค. นี้ หลังจากที่เพิ่งเล่นให้ทัพฝอยทองในเกมบุกไปเสมอทีมชาติฝรั่งเศส 0-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

แม้นักเตะคนอื่นๆ ในทีมชาติโปรตุเกส จะมีผลตรวจออกมาเป็นลบ แต่ อา โบล่า สื่อแดนฝอยทอง รายงานว่า ตามมาตรการของรัฐบาลอังกฤษ คนที่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อจะต้องกักตัวเองอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ และยังไม่มีความชัดเจนว่า นักเตะทีมชาติโปรตุเกส จะได้รับการยกเว้นหรือไม่

หาก บรูโน่ ต้องใช้เวลากักตัวเองก็จะส่งผลให้พลาดลงช่วย แมนฯ ยูไนเต็ด ในเกมพบ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (แชมเปี้ยนส์ ลีก), เชลซี และ แอร์เบ ไลป์ซิก (แชมเปี้ยนส์ ลีก)

 

“เวนเกอร์” เผยเหตุยื่นข้อเสนอแสบซื้อซัวเรซจากลิเวอร์พูล

อาร์แซน เวนเกอร์ ตำนานผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล เปิดใจถึงเหตุผลที่เลือกยื่นข้อเสนอสุดกวนประสาทให้กับ ลิเวอร์พูล เพื่อซื้อ หลุยส์ ซัวเรซ มาร่วมทีม แต่สุดท้ายโดน “หงส์แดง” ปฏิเสธแบบไม่ใยดี

อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือมากประสบการณ์ อธิบายเหตุผลเกี่ยวกับการที่ อาร์เซน่อล ยื่นข้อเสนอจำนวน 40,000,001 ปอนด์  ให้กับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เพื่อเซ็นสัญญากับ หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าชาวอุรุกวัย เมื่อปี 2013

ตำนานนายใหญ่” เดอะ กันเนอร์ส” อยากได้ ซัวเรซ มาร่วมทีมอย่างมากในช่วงซัมเมอร์ปี 2013 โดยในเวลานี้ “เดอะ เร้ดส์” ที่มี เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ทำหน้าที่กุมบังเหียนเป็นฤดูกาลแรก พลาดโอกาสในการได้ตั๋วไปเลยศึกฟุตบอลถ้วยยุโรป

ในเวลานั้น ซัวเรซ แสดงความต้องการที่จะย้ายออกจากถิ่นแอนฟิลด์ และ อาร์เซน่อล หวังที่จะใช้โอกาสที่พวกเขาได้ลงแข่งศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ยั่วใจให้นักเตะทิ้ง “หงส์แดง” เพื่อมาเล่นในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม โดยพวกเขาได้ยื่นข้อเสนอที่สุดโด่งดังจำนวน 40 ล้านปอนด์+1 ปอนด์ ให้กับ ลิเวอร์พูล แต่สุดท้ายโดนปฏิเสธอย่างไม่ใยดี

เวนเกอร์ เปิดใจถึงข้อเสนอสุดอื้อฉาวผ่านหนังสืออัตชีวประวัติ “Arsene Wenger: My Life in Red and White”  ว่า “ใน ฤดูกาล 2013/2014 เราจับตามอง หลุยส์ ซัวเรซ มาตลอด เราได้ตกลงกับนักเตะและเอเจนต์ของเขาแล้ว แต่เอเจนต์อ้างว่ามีเงื่อนไขค่าฉีกสัญญาที่ระบุว่า ต้องได้รับข้อเสนอมากกว่า 40 ล้านปอนด์ ลิเวอร์พูล จึงจะปล่อยนักเตะออกไป”

แมนยูยันเองคาวานี่ลงเจอนิวคาสเซิ่ลได้หรือไม่?

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด เจอปัญหาให้ต้องคิดหนัก หลัง “ปีศาจแดง” ยันแล้ว เอดินสัน คาวานี่ จะลงเจอ นิวคาสเซิ่ล ได้หรือไม่

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืนยันว่า เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าคนใหม่ชาวอุรุกวัย จะยังไม่ได้ลงประเดิมสนามให้ทีมในเกม พรีเมียร์ลีก นัดเยือน นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมนี้ เนื่องจากติดกฎต้องเข้ารับการกักตัวตามมาตรการป้องการการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

หัวหอกประสบการณ์สูงชาวอุรุกวัย วัย 33 ปี ย้ายมาเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แบบไม่มีค่าตัวในวันสุดท้ายของตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์ หลังหมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ช่วงสิ้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และจากนั้นยังใช้ชีวิตอยู่ในกรุงปารีสมาตลอด

ตามข้อบังคับของรัฐบาลเมืองผู้ดีระบุว่าใครก็ตามที่เดินทางจากฝรั่งเศส มายังอังกฤษ จำเป็นต้องเข้ารับการกักตัว 14 วัน ทำให้ คาวานี่ จะอดลงเจอ นิวคาสเซิ่ล แต่พร้อมลงเล่นนัดแรกในเกมเยือน ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

นอกจาก คาวานี่ ลงเจอ “สาลิกาดง” ไม่ได้แล้วนั้น อองโตนี่ มาร์กซิยาล กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส ก็จะพลาดเช่นกัน เพราะต้องเริ่มชดใช้โทษแบน 3 นัด หลังจากถูกไล่ออกจากกรณีที่เจตนาตบหน้า เอริค ลาเมล่า ในเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ สเปอร์ส 1-6 คารัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว